ตับอักเสบเรื้อรัง ไม่ระวัง ตับพังไม่รู้ตัว

ตับอักเสบคืออะไร

ตับอักเสบ คือเนื้อตับมีการอักเสบ มีลักษณะของการบวม แดง ร้อน คล้ายขอบแผลเวลามีดบาด เวลาตับมีการอักเสบ เซลล์ตับจะถูกทำลาย จะมีสาร SGOT หรือ SGPT ไหลออกมาในกระแสเลือด ซึ่งถ้ามีค่านี้สูงเกินกว่า 40 U/L แปลว่า อาจมีการอักเสบในตับ และถ้าค่านี้อยู่นานสูงเกิน 6 เดือน แล้วไม่กลับมาเป็นปกติ จึงเรียกว่า “ตับอักเสบเรื้อรัง” ซึ่งตับอักเสบเรื้อรัง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากพันธุกรรม อาหารที่รับประทาน หรือแม้แต่โรคประจำตัวบางอย่าง

ตับอักเสบเกิดขึ้นได้อย่างไร

ปกติเวลาเกิดแผลมีดบาดบนผิวหนัง เมื่อเวลาผ่านไป จะมีแผลเป็นเกิดขึ้นเพื่อดึงแผลให้มาติดกัน ในเนื้อตับก็เช่นกัน หากมีการอักเสบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะมีพังผืดกระจายไปทั่วเนื้อตับ เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า นับเป็นสิบปี พังผืดจะเต็มตับ กลายเป็น “ตับแข็ง”
ความสามารถพิเศษของตับ คือ ตับสามารถงอกใหม่ได้ เมื่อถูกทำลาย เมื่อตับถูกทำลายซ้ำๆ นานๆ ตับก็จะงอกใหม่ขึ้นเรื่อยๆ จนเนื้อที่งอกขึ้นมาแทนที่นั้น ควบคุมไม่ได้ กลายเป็นเนื้อก้อนโต ที่เรียกว่า “มะเร็งตับ”

การรักษา

ตับที่แข็งจากสาเหตุใดก็ตาม เมื่อมีแผลไปแทนที่เนื้อตับดี จนเหลือเซลล์ตับทำงานไม่พอ จะเกิดภาวะตับวาย
ปัจจุบัน ภาวะตับอักเสบเรื้อรัง และตับแข็ง สามารถรักษาหายได้ เนื้อตับที่แข็งสามารถกลับมาเป็นเนื้อปกติได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข คือต้องรักษาโรคที่เป็นสาเหตุให้หายก่อน และต้องรักษาตั้งแต่ระยะแรกๆ