เหมือนเกิดใหม่! รองอธิการฯ มธ. ป่วยออฟฟิศซินโดรมนับสิบปี หายด้วยศาสตร์กดจุด

เหมือนเกิดใหม่!? รองอธิการฯ มธ. ป่วยออฟฟิศซินโดรมนับ 10 ปี เจอกดจุดครั้งเดียวหาย!!!

รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและการเรียนรู้ และอาจารย์ประจำภาควิชาสารสนเทศคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร (ICT) สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินทร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เผยอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังจากออฟฟิศซินโดรมทำให้ชีวิตไม่มีความสุข ปวดขึ้นมาแต่ละครั้งทำงานแทบไม่ไหว หายใจยังแทบไม่ได้
“ผมมีอาการปวดกล้ามเนื้อหลัง ไหล่ ลามไปจนถึงเอว แม้แต่จะสูดหายใจลึกๆ ยังไม่กล้า เพราะเวลาที่กล้ามเนื้ออกขยายมันปวดร้าวไปหมด เหมือนมีชนักมาปักอยู่ที่หลังตลอดเวลา คนที่เคยปวดจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีว่ามันปวดขนาดไหน มันไม่ได้ปวดทุกวันแต่จะเป็นๆ หายๆ เวลาที่พักผ่อนน้อยหรือนั่งทำงานนานๆ พอกินยาก็หายไปสักพักแล้วกลับมาปวดอีก ปวดจนเป็นเรื่องปกติของชีวิตเป็นความทรมานเรื้อรังที่อยู่กับผมมา 10 ปีและไม่เคยคิดว่ามันจะหายได้”

ที่ผ่านมารักษาอาการปวดอย่างไร?

“ในฐานะของคนทำงานออฟฟิศผมสงสัยว่าผมจะเป็น Office Syndrome (โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ที่มักเกิดกับคนที่นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการตึงเครียดจนส่งผลให้มีอาการอักเสบปวดเกร็ง) จากงานประจำที่ต้องนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ ไม่ค่อยได้ยืดกล้ามเนื้อ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย พอมีอาการปวดผมรักษาด้วยการนวดแผนไทยและนวดเส้นจับกระดูก แล้วก็ทานยาแก้ปวดแก้อักเสบ แต่เราก็รู้ว่าอาการมันไม่หายหรอก มันแค่ช่วยบรรเทาได้แค่ชั่วระยะเวลาเดี๋ยวก็กลับมาปวดอีก เพราะผมปวดๆ หายๆ มาตลอด 10 ปีจนคิดว่ามันคงไม่มีทางหายผมต้องอยู่กับอาการนี้ไปตลอด”

ทำไมถึงเลือกมารักษาที่ MW Clinic?

“ช่วงเดือนเม.ย. ที่ผ่านมาผมมีอาการปวดหลังมาก โดยเฉพาะสะบัก ไหล่ กลางหลัง ปวดร้าวมาถึงราวนมด้านหน้า ตามแนวซี่โครงด้านหน้า ผมตื่นเช้ามาก็ปวดเลย ปวดจนไม่อยากขยับตัว ผมก็คิดว่าเมื่อคืนอาจจะนอนผิดท่า นอนดึก หรือหมอนสูงเกินไป แต่มันปวดแบบนั้นอยู่ 2-3 วัน พอกินยาอาการก็หายไปวันสองวันแล้วก็ปวดอีก ผมเลยคิดว่าน่าจะต้องหาวิธีการรักษา เพราะเราอาจจะเป็นมากกว่าโรคปกติ หรืออาจจะเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ก็ไปปรึกษาเพื่อนที่เป็นหมอ แต่เพื่อนบอกไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะอายุยังน้อยอยู่ แล้วก็ไม่ได้ปวดขนาดที่จะเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
ประกอบกับการที่ผมลองไปศึกษาได้ดูคลิปวีดีโอรายการของอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เทปที่มีหมอแวร์ (แวร์สมิง แวหมะ, แพทย์อายุรเวช ประจำ MW Clinic) มาอธิบายเรื่องหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ผมเลยโทรไปนัดคุณหมอที่ MW Clinic เพื่อปรึกษา

ผมได้พบคุณหมอปรเมษฐ ซึ่งเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่เชี่ยวชาญเรื่องการรักษาออฟฟิศซินโดรม วันแรกผมเล่าประวัติ อาการ และสิ่งที่ทำเป็นประจำให้หมอฟัง หมอบอกว่าน่าจะเป็นที่กล้ามเนื้อ ซึ่งหมอมาจับที่หลังปุ๊บหมอบอกเลยว่าหลังแข็งขนาดนี้ มีจุดกดเจ็บหรือ Trigger Point เยอะขนาดนี้ถ้าไม่ปวดก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว หมอเริ่มจากการกดจุด Trigger Point รีดจุดไล่ไปเรื่อยๆ จากที่ตึงไปหมดทั้งหลังอาการปวดก็ค่อยๆ คลาย หลังรักษาครั้งแรกผมรู้สึกดีขึ้นมาก ที่เคยเจ็บที่สะบักหลังเหมือนมีอะไรมาตอกอยู่ที่หลังตลอดเวลามันก็หายไปเลย ตอนแรกคิดว่ามันก็คงหายไปสัก 2-3 วัน แต่ผ่านไป 3 วันก็ยังไม่ปวด จนผ่านไป 10 วันผมก็ยังไม่ปวดเลย เราเลยรู้สึกว่าเรารักษามาถูกทางแล้ว รักษาไปสองครั้งผมสามารถลุกจากที่นอนตรงๆ ได้เลยโดยไม่ต้องค่อยๆ เอียงตัวลุกเหมือนเมื่อก่อน กล้ามเนื้อที่หลังยืดหยุ่นได้มากขึ้น สามารถว่ายน้ำท่ากรรเชียงได้ จากปกติที่ว่ายท่าฟรีสไตล์ผมก็ปวดไหล่แล้ว เพราะฝืนยกแขนจนสุดไม่ได้ ลองคิดดูสิครับจากคนที่แค่จะขยับตัวแรงๆ ยังไม่ได้ กลับมายืดตัวว่ายน้ำท่ากรรเชียงได้โดยไม่เจ็บปวด”

เคสนี้อาการสาหัสอย่างไร?

พท.ป. ปรเมษฐ เหล่าประเสริฐ แพทย์แผนไทยประยุกต์ประจำ MW Clinic กล่าวว่า “เคสนี้เป็นเคสของออฟฟิศซินโดรมที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะปวดครบทุกส่วนทั้งแค่คอ หลัง ไหล่ สะบัก ลามไปถึงเอว แล้วยังทำให้นอนไม่หลับ เพราะอาการปวดเมื่อยไปรบกวนการนอน กล้ามเนื้อหน้าอกก็เครียด ตึง เวลาหายใจเข้ามากๆ จะรู้สึกขัดทำให้คนไข้ไม่อยากหายใจเต็มที่ ส่งผลทำให้ระบบไหลเวียนหรือระบบออกซิเจนในร่างกายแย่ลง แล้วก็ยังมีอาการอื่นๆ ตามมากอีก เช่น มีอาการท้องตึง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย การทานยาแก้ปวดไม่ใช่การแก้ที่ต้นเหตุ เป็นเพียงการบรรเทาอาการโดยการใช้ยาไปกดความรู้สึก พอหมดฤทธิ์ยา อาการปวดก็กลับมาอีก สำหรับ Trigger Point หรือจุดกดเจ็บ ต้องรักษาด้วยการกดจุดเพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนและมาเลี้ยงบริเวณที่กดมากขึ้น จากนั้นจะใช้ถ้วยสุ
ญญากาศ (Cupping Therapy) ดูดเอาเลือดเสียที่สะสมออกจากบริเวณที่ปวด ซึ่งในการรักษาหมอจะเปรียบเสมือนผู้ช่วยเปิดทางให้เท่านั้น เมื่อจุดทริกเกอร์ พอยต์คลายตัวการไหลเวียนเลือดในร่างกายก็ดีขึ้น ระบบของร่างกายจะค่อยๆ ปรับแก้ไขตัวเองให้เข้าสู่ภาวะปกติ อาการปวดก็จะค่อยๆ ลดลงเองตามลำดับ คนไข้จะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น จากการที่ร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ”

MW Clinic คืออะไร?

ปัจจุบัน MW Clinic กำลังเป็นที่กล่าวถึงได้และรับความสนใจอย่างมาก เพราะที่นี่คือคลินิกแพทย์แผนบูรณาการ ที่เป็น Real Integrative Medicine ตัวจริง ซึ่งใช้ทุกศาสตร์ทางการแพทย์เข้ามาผสมผสานเพื่อการรักษาคนไข้แบบไม่ใช้ยา ภายใต้การดูแลของแพทย์ พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ภายใต้หลักคิดที่ว่าแก้ไขที่ต้นเหตุดีกว่าการใช้ยาเคมีเพื่อกดข่มระงับอาการปลายทาง เพราะการใช้ยาก็จะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาในท้ายที่สุดอยู่ดี การรักษาของที่นี่จึงเริ่มต้นด้วยการล้างพิษแบบครบวงจร ซึ่งเป็นการขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกาย ต้นเหตุแห่งการเกิดโรคมากมาย อาทิโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคสมองเสื่อม โรคเข่าเสื่อม โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคปวดหลัง รวมไปถึงโรคพื้นฐานที่เจอกันบ่อยๆ เช่น โรคท้องผูก โรคปวดหัวไมเกรน โรคภูมิแพ้อาหาร โรคหวัด โรคภูมิแพ้ผิวหนัง สิว ไปจนถึงผมร่วง ผมขาว ผิวหนังเหี่ยวย่น ฯลฯ

นัดหมายล่วงหน้าหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
MW Wellness (ถนนรัชดาภิเษก) 02-276-5093 ถึง 4 หรือ 096-081-2533 หรือ http://mw-wellness.com/