พญ.ภัทรลดา ฤทธิวงศ์ แพทย์ไทยคนแรก-คนเดียวที่จบหลักสูตรเป็นอาจารย์สอนการสวนล้างพิษลำไส้ ของสถาบันนานาชาติ สหรัฐอเมริกา

สัมภาษณ์ตัวจริง “พญ.ภัทรลดา ฤทธิวงศ์”
แพทย์ไทยคนแรก-คนเดียวที่จบหลักสูตรเป็นอาจารย์ สอนการสวนล้างพิษลำไส้ ของสถาบันนานาชาติ สหรัฐอเมริกา

ทำไมคุณหมอถึงสนใจศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องการสวนล้างลำไส้

ก่อนหน้านี้ ที่ยังไม่ได้ทำงานด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย หมอไม่สนใจศาสตร์ด้านนี้เท่าไหร่นะคะ เพราะด้วยความที่เราเป็นหมอ เราก็มีการอ่านงานวิจัยบ้างแต่มันก็ยังมีการถกเถียงกันอยู่ เพราะฉะนั้นการสวนล้างลำไส้จึงยังไม่ได้ถูกบรรจุว่าเป็นการรักษา เช่น ถ้าเป็นโรคท้องผูกให้ไปสวนล้างลำไส้ คือมันยังไม่เหมือนกับการที่เราเป็นโรคเบาหวานแล้วเราต้องไปจ่ายยาลดน้ำตาลนะ แต่พอเริ่มทางงานด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย คือส่วนใหญ่เน้นป้องกันโรค หมอรู้เลยว่า ถ้าการทานอาหาร การขับถ่ายเราไม่ดี สุขภาพเราจะดีได้ยังไง แม้แต่นักปราชญ์ของโลก อย่างฮิปโปรเครติส ก็ยังกล่าวไว้ว่า สุขภาพที่ดี คือสุขภาพลำไส้ต้องดีด้วย เพราะลำไส้ถือว่าเป็นแหล่งรวมของรังโรค ก่อให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ถ้าขับถ่ายไม่ดี เรารู้เลยว่าสุขภาพลำไส้ไม่ใช่แค่ขับถ่ายอุจจาระเพียงอย่างเดียวแต่ยังรวมไปถึงการขับถ่ายสารพิษ สารอนุมูลอิสระ แบคทีเรียในลำไส้ เรื่องของการย่อยอาหาร การทำงานระบบไหลเวียนเลือดของตับ เรื่องของฮอร์โมนต่างๆ การหลั่งสารสื่อประสาททุกอย่างมันอยู่ที่ลำไส้ทั้งหมด จึงทำให้หมอสนใจตรงจุดนี้ค่ะ

ส่วนหนึ่งงานของเราคือดูแลในแง่ของหมอป้องกันโรค และส่งเสริมสุขภาพ หมอจะพยายามดูแลโดยใช้ธรรมชาติบำบัด ปรับสภาวะสมดุลของร่างกาย เพราะฉะนั้นถ้ารักษาทุกอย่างแต่ลำไส้ยังไม่ดี หรือการขับถ่ายยังไม่ดี ก็ทำให้การรักษานั้นไม่สมบูรณ์ได้

จากนั้นหมอก็ได้ตระเวนใช้บริการการสวนล้างลำไส้มาทั่วประเทศไทย และต่างประเทศ เนื่องจากประเทศไทย ยังไม่เคยมีการเรียนการสอนที่จริงจัง ทั้งๆที่ จริงๆการสวนล้างลำไส้ในประเทศไทยมีเปิดให้บริการหลายที่มาก แต่ที่สหรัฐอเมริกาเขาจะมีองค์กรซึ่งก่อตั้งมาประมาณเกือบ 40 ปี เพื่อดูแลควบคุมคุณภาพการสวนล้างลำไส้ คุณภาพสุขลักษณะ ยกระดับมาตรฐานทั้งความรู้และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ สถาบันนี้อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรดังกล่าวนี้ คือ International Association of Colon Hydrotherapy อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นี่มีสมาชิกประมาณ 2,000 กว่าคนทั่วโลก ในประเทศไทยก็มีสมาชิกอยู่ แต่ว่ายังไม่มีใครที่ไปเรียนเป็น Instructor ซึ่งการเป็น Instructor ก็คือคุณต้องมีองค์ความรู้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสรีระวิทยา กายวิภาค ระบบฮอร์โมน ระบบการไหลเวียน ระบบที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารทุกอย่าง รวมไปถึงการใช้เครื่องเทคนิค ความรู้เกี่ยวกับสวนล้างลำไส้ในระบบเปิด ระบบปิด โดยได้รับความกรุณาจาก ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ซึ่งท่านเล็งเห็นถึงการพัฒนาความก้าวหน้าของการแพทย์บรูณาการ ให้ไปศึกษาต่อเพื่อนำความรู้มาพัฒนาค่ะ

พอได้ไปศึกษาแล้วคุณหมอค้นพบอะไรจากศาสตร์ทางด้านนี้

ค้นพบอย่างแรกเลย คือ เทคนิคการใช้เครื่อง ซึ่งที่เราไปเรียนจากคนที่เขาเป็นต้นตำรับในการใช้เครื่องที่เราใช้อยู่ปัจจุบันเลย แล้วก็ได้เทคนิคที่เราไม่เคยค้นพบเทคนิคนี้ที่ไหน เราก็เอากลับมาปรับใช้ เอากลับมาตกผลึก คือไม่ได้เอาของเขามาทั้งหมด แต่หมอจะเอาแต่ส่วนที่ดีของเขามาผนวกกับส่วนที่ดีของเรา แล้วตกผลึกเป็นเทคนิคการสวนล้างลำไส้เฉพาะตัว เพราะเราไปทำที่อื่นมาหมดแล้ว ไม่น่าจะมีที่ไหนเหมือนที่นี่

แล้วหลักสูตรการสวนล้างลำไส้ต่างกันอย่างไร หลักสูตรของทางคุณหมอเป็นอย่างไร

จริงๆ แล้ว โดยตัวเครื่องที่ผ่านการรับรองโดย USFDA ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งตัวเครื่องจะปลอดภัย สุมมติว่าเราใช้ตัวเครื่องจะควบคุมขีดสุดของมัน ไม่ให้อันตรายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ เทคนิค, จังหวะ และการควบคุมเครื่องจะแตกต่าง ปกติเวลาทำบางคนก็จะรู้สึกจุกบ้าง เจ็บบ้าง ไม่สบายตัวบ้าง แต่เทคนิคที่หมอเอามาใช้คือ จังหวะช่วงที่น้ำเข้าไป จะเข้าไปได้ลึก คลีนได้ลึก นุ่มนวล ขับของเสียออก แล้วก็ทำให้การบีบตัวของลำไส้กลับมาเป็นธรรมชาติปกติค่ะ นี่คือเทคนิคที่เรานำองค์ความรู้ทั้งหมดที่เราเรียนรู้กายวิภาค สรีระวิทยา ประกอบกับความรู้จากเครื่องและเทคนิค ทำให้การสวนล้างลำไส้ของเราสมบูรณ์แบบมากที่สุด นี่คือที่แตกต่างจากที่อื่น

แม้กระทั่งคลินิกที่เปิดสวนล้างลำไส้อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบเปิดหรือระบบปิดเราก็อยากให้มีมาตรฐานเดียวกันถูกต้อง คำว่า “ถูกต้อง” ในที่นี้คือไม่ใช่เราคิดเอาเองว่ามันถูกต้อง แต่ต้องถูกต้องในแง่ขององค์ความรู้สรีระวิทยา กายวิภาค (anatomy) ระบบฮอร์โมน ระบบประสาทที่ควบคุมร่างกายของเรา เพื่อที่จะทำงานสัมพันธ์กันกับเครื่อง พอใช้เครื่องมาช่วยปุ๊บก็จะทำให้ขับถ่ายของเสียได้ดีขึ้น ปรับเรื่องของการบีบตัวของลำไส้ ปรับเรื่องของระบบไหลเวียนเลือด หรือปรับในเรื่องของการขับพิษ พอทั้งหมดทำงานด้วยกันได้ดีขึ้น หรือได้ดีทั้งหมด ก็จะทำให้สุขภาพเราดีค่ะ

การสวนล้างลำไส้คืออะไร อยากให้คุณหมอขยายความตรงนี้

การสวนล้างลำไส้ คือ การที่เราใช้น้ำปล่อยเข้าไปทางทวารหนักเพื่อไปเซาะเอาของเสียที่อยู่ตามผนังลำไส้ออกมา แล้วพอน้ำเข้าไปปุ๊บจะทำให้ผนังลำไส้ขยาย พอผนังลำไส้ขยายเสร็จก็จะไปกระตุ้นให้ระบบที่ทำให้กล้ามเนื้อของผนังลำไส้บีบตัวเพื่อขับของเสียออกมา เพราะฉะนั้นการสวนล้างลำไส้ในนิยามของโคลอนไฮโดรโทราปี ก็คือ การที่เอาน้ำเข้าไปเซาะทำให้ผนังลำไส้โปร่งออกเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายบีบตัวเอง เพื่อจะได้บีบของเสียออก ทำให้การบีบตัวของลำไส้เป็นไปตามธรรมชาติ และทำให้กล้ามเนื้อที่ผนังลำไส้แข็งแรงขึ้นเพื่อเวลาที่เราใช้ชีวิตประจำวันปกติลำไส้ของเราก็จะบีบตัวตามธรรมชาติ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการออกกำลังกายลำไส้เพื่อที่จะเอาของเสียออกมา ทำให้การขับถ่ายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มากกว่าการขับของเสียออกนั่นเอง

การสวนล้างลำไส้เหมาะกับใครบ้าง

จริงๆ แล้วทุกคนถ้าไม่ได้มีโรคประจำตัวที่อันตรายก็ทำได้นะคะ แม้กระทั่งคนที่ขับถ่ายเองทุกวัน อาจจะนานๆ มาทำครั้ง เพราะว่าแม้ว่าเราจะขับถ่ายทุกวัน แต่แบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ของเราอาจจะไม่สมดุล หรืออาจจะแบคทีเรียตัวดีน้อยกว่าตัวไม่ดี หรืออาจจะมีตัวที่เป็นค่ากลางๆ อยู่มาก คือไม่เป็นโทษแต่ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ แต่ถ้าเกิดว่าเรามาล้าง มาจัดระบบสิ่งแวดล้อมของลำไส้ใหม่ มันก็จะทำให้สุขภาพอื่นๆ ของเราดีขึ้นด้วย

ส่วนคนที่ท้องผูกหรือคนที่มีปัญหาเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดัน หรือ SLE หรือคนมีแก๊สเยอะ โรคทุกโรค โรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรัง การสวนล้างลำไส้ก็จะเป็นส่วนช่วยในการขับสารพิษ และ ขับการอักเสบเรื้อรังออกจากร่างกายได้

บางคนอาจจะบอกว่าเขาทานผักผลไม้เป็นประจำอยู่แล้วอาจจะไม่ต้องไปสวนล้างลำไส้ก็ได้

คือการสวนล้างลำไส้โดยใช้เครื่อง ก็เหมือนการออกกำลังกายลำไส้ คือนอกจากจะขับถ่ายของเสียแล้ว ก็ยังช่วยเรื่องขอการบีบตัวของลำไส้ได้ดีขึ้น ปรับระบบนิเวศวิทยาใหม่ของแบคทีเรียทั้งตัวดีและไม่ดี ล้างออกมาแล้วก็เติมใหม่ นี้คือสิ่งที่แตกต่างค่ะ

แล้วสุขภาพลำไส้ที่ดีควรจะเป็นยังไง

ลำไส้ที่ดี คือ มีการบีบตัวของลำไส้ที่ดี ขับถ่ายทุกวัน มีแบคทีเรียชนิดดีมากกว่าชนิดไม่ดี เพื่อจะสังเคราะห์วิตามินและระบบย่อยอาหาร มีการดูดซึมที่ดี

แบคทีเรียตัวดีและตัวไม่ดี ถามว่าคืออะไร แบคทีเรียไม่ได้สังเคราะห์แค่วิตามิน หรือช่วยในการย่อยอาหารอย่างเดียวนะคะ แต่มันยังสัมพันธ์ต่อการหลั่งสารทางประสาท การพักผ่อนการนอนหลับ สัมพันธ์ต่อผิวพรรณ เนื่องจากเราขับถ่ายของเสีย ขับถ่ายสารอนุมูลอิสระออกมามากมาย เมื่อลำไส้ที่ดีมันก็ทำงานร่วมกับตับ ร่วมกับระบบไหลเวียนต่างๆ ร่วมกับระบบย่อยอาหาร การดูดซึมต่างๆ ก็ดีขึ้น ลักษณะสังเกตคนที่ขับถ่ายดีจะมีผิวพรรณดี สดชื่น ผ่องใส

ในทางกลับกันถ้าลำไส้ไม่ดีจะเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ เช่น ปวดเมื่อย ไมเกรน ปวดท้องประจําเดือน ท้องผูก หน้าเป็นสิว ผมร่วง ทุกขโภชนาการก็คือขาดสารอาหาร ถ้ามีของเสียคั่งอยู่ หรือถ้าเป็นโรคอยู่แล้วก็จะไม่ค่อยตอบสนองต่อยา เป็นต้น

ท้ายนี้เห็นว่าคุณหมออยากยกระดับการสวนล้างลำไส้ของประเทศไทยให้เป็นมาตรฐานสากลด้วย

ใช่ค่ะ หมอมีสิ่งที่ตั้งใจเป็นภารกิจอีกอย่างที่ต้องทำ และหวังว่าจะสำเร็จก็คือการยกระดับมาตรฐานเรื่องของการสวนล้างลำไส้ในประเทศไทยให้มีมาตรฐานสากล และต้องทำอย่างถูกวิธีภายใต้องค์ความรู้ อันนี้คือภารกิจสำคัญที่อยากจะทำต่อและทำในนามสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์การชะลอวัย แห่งมหาวิทยาลัยรังสิตค่ะ

ถ้าเกิดว่าใครสนใจอยากจะเรียนเกี่ยวกับการสวนล้างลำไส้ให้ศึกษาที่สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์การชะลอวัยแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต
จะมี 3 หลักสูตรหลักๆ คือ

  1. สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล ในการเพิ่มพูนความรู้ การทบทวนองค์ความรู้
  2. กลุ่มเทอราปิส เป็นกลุ่มพยาบาล หรือผู้ปฏิบัติงานในการสวนล้างลำไส้ จะเน้นในเรื่องของการใช้งานจริง และร่วมกับองค์ความรู้ด้วย
  3. กลุ่มประชาชนทั่วไป ก็จะเป็นการดูแลเรื่องของการล้างสารพิษ เพราะการดีท็อกของร่างกายมันไม่ใช่รื่องการสวนล้างลำไส้เพียงอย่างเดียว แต่มันยังรวมไปถึงการรับประทานอาหาร การเลือกอาหาร การใช้ชีวิตยังไงให้เหมือนกับการกินอาหารเป็นยา การใช้ชีวิตยังไงให้ขับสารพิษได้อย่างถูกวิธี

หมอเรียนมาก็อยากจะกลับมายกระดับมาตรฐานของประเทศไทยขึ้นมา เพราะสิ่งที่ทำได้ก็คือให้ความรู้คน ในส่วนนี้ยังไม่รวมกับการนวดกดจุดทั้งแบบตะวันออก และแบบตะวันตก และก็แบบอายุรเวทด้วย สนใจนัดหมาย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-276-5093-4, 09-6081-2533 ดูเพิ่มเติมที่ www.mw-wellness.com, facebook/mwwellness