โรคภูมิแพ้อันตราย ไม่ใช่แค่จาม

โรคภูมิแพ้อันตราย ไม่ใช่แค่จาม

โรคภูมิแพ้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสารบางอย่าง ซึ่งเรียกว่า “สารก่อภูมิแพ้” อย่างรุนแรง ซึ่งผู้เป็นโรคภูมิแพ้ ร่างกายจะตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ว่าเป็นสารอันตรายต่อร่างกาย เป็นเหตุให้ร่างกายพยายามขับสารเหล่านั้นออก จึงทำให้เกิดอาการแพ้ตามมา โดยอาการแพ้เหล่านี้ สามารถเป็นได้ตั้งแต่ แพ้เล็กน้อย แพ้รุนแรง จนถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต
สารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อย
-  ละอองเกสรดอกไม้
-  ไรฝุ่น
-  ขนสัตว์ และรังแคสัตว์
-  แมลงสาป
-  เชื้อรา
-  อาหาร เช่น ไข่ ปลา นม ถั่ว ถั่วเหลือง ข้าวสาลี หอย กุ้ง
-  เหล็กใน หรือพิษของแมลง เช่น ผึ้ง ต่อ มด เห็บ หมัด
-  ยา ในกลุ่มเพนนิซิลิน หรือ แอสไพริน
-  สารเคมีในบ้าน เช่น ผงซักฟอก
-  โลหะบางชนิด เช่น นิกเกิล โคบอล์ต โครเมียม สังกะสี

ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคภูมิแพ้

- มีโรคหอบหืด
- กรรมพันธุ์ มีคนในครอบครัว เป็นหอบหืด หรือภูมิแพ้
- อายุน้อยกว่า 18 ปี

อาการแทรกซ้อนของโรคภูมิแพ้

 

อาการแทรกซ้อนจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีภูมิแพ้ขั้นรุนแรง จนอาจถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งอาการเหล่านี้เรียกว่า “แอนาฟิแล็ก” ที่มักมีสาเหตุเกิดจาก อาหาร ยา และพิษของแมลง ซึ่งอาการแอนาฟิแล็ก มีอาการต่างๆ ดังนี้
- ความดันต่ำ
- ไม่รู้สึกตัว
- หายใจหอบเหนื่อย
- มีผื่นตามผิวหนัง
- ชีพจรเต้นเบาและเร็ว
- เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน
- หายใจมีเสียงวี๊ดรุนแรง

การป้องกันการเกิดภูมิแพ้

  1. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เช่น หากแพ้รังแคสัตว์ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ เป็นต้น
  2. ทำสมุดบันทึก โดยการบันทึกสิ่งที่รับประทาน หรือกิจกรรมที่ทำ เพื่อหาสาเหตุของอาการแพ้ หรือปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการแพ้
  3. สวมข้อมือ หรือสายห้อยคอที่ระบุว่าเป็นโรคภูมิแพ้ เพื่อให้ผู้อื่นทราบ ในกรณีเมื่อเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง และไม่สื่อสารกับคนรอบข้างได้
    ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการแพ้รุนแรง อาจจำเป็นต้องพกยา อิพิเนฟริน