MWWellness อาหารควรเลี่ยงเมื่อขับรถทางไกล ระวังขับไปง่วงไป !

ศูนย์ดูแลสุขภาพ และล้างพิษครบวงจร อาหารควรเลี่ยงเมื่อขับรถทางไกล ระวังขับไปง่วงไป !

MWWellness ขับรถทางไกลนาน ๆ หลายคนมักจะหาของกินเล่นมาช่วยแก้ง่วง แต่อาหารบางอย่างยิ่งกินยิ่งทำให้ง่วงและเพลียนะ ต้องระวังให้ดี

อาหารควรเลี่ยงเมื่อขับรถทางไกล ระวังขับไปง่วงไป !

อาหารควรเลี่ยงเมื่อขับรถทางไกล ระวังขับไปง่วงไป !


การขับรถทางไกล ที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน และยิ่งเป็นทางตรงยาวๆ นอกจากจะต้องเตรียมเพลงไปเปิดฟังระหว่างทางแล้ว หลายคนก็ติดนิสัยขับรถไปกินไปช่วยแก้ง่วงด้วย ทว่าอาหารแก้ง่วงตอนขับรถต้องเลือกดีๆ เพราะมีอาหารบางชนิดที่ยิ่งกิน ยิ่งง่วง! ง่วงจนอาจเสี่ยงต่อการขับรถหลับในได้ มาลองดูกันว่ามีอาหารกินเล่นตอนขับรถแบบไหนที่ควรเลี่ยงให้ไกลบ้าง?

อาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อขับรถทางไกล

1. อาหารประเภทแป้ง คาร์โบไฮเดรตสูง
อาหารประเภทแป้งขาว ไม่ว่าจะเป็นข้าวขาว ข้าวเหนียว หรือของกินเล่นอย่างขนมปัง คุกกี้ เค้ก อาหารประเภทนี้เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดเร่งด่วนที่ตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินออกมามากจนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและเกิดอาการง่วงซึม นอกจากนี้การที่น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นก็ยังทำให้ร่างกายต้องนำวิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินบี 3 มาช่วยสังเคราะห์กลูโคสเพื่อเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงาน ส่งผลให้วิตามินในร่างกายลดลง และก่อให้เกิดอาการอ่อนล้า ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย ฉะนั้นพยายามเลี่ยงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตขัดขาวดีกว่าถ้าต้องขับรถทางไกลยาว ๆ แล้วมากินคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสีพวกข้าวกล้อง โฮลเกรน โฮลวีต แทน

2. เครื่องดื่มรสหวาน และของหวานต่าง ๆ
แม้น้ำหวาน หรือของหวานจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น แต่ของกินเหล่านี้มีน้ำตาลในปริมาณสูงมากนะคะ และยังจัดเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูงที่กินเข้าไปแล้วชวนง่วง ดึงวิตามินแห่งความสดชื่น (วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินบี 3) ออกจากร่างกาย ดังนั้นพยายามดื่มน้ำเปล่าและเลี่ยงอาหารหวาน ๆ ไว้ก่อน

3. น้ำอัดลม โซดา
น้ำอัดลมที่หลายคนดื่มแล้วบอกว่าชื่นใจ แต่ความรู้สึกชื่นใจที่ว่าก็อาจแค่ชั่วประเดี๋ยวตอนที่ดื่มใหม่ ๆ พอดื่มไปสักพักจะรู้สึกง่วงซึม และยังอาจรู้สึกไม่สบายท้อง ไม่สบายตัวร่วมด้วยได้ เนื่องจากน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มผสมโซดาเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และยังอัดแก๊สที่อาจก่ออาการท้องอืด ท้องเฟ้อมาด้วย

4. เนื้อสัตว์ย่อยยาก
เนื้อสัตว์อย่างเนื้อวัว เนื้อหมูติดมัน เป็นอาหารย่อยยากที่ร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยนานกว่าอาหารประเภทอื่น ทำให้สูญเสียพลังงานมากขึ้น และอาหารที่ย่อยยากยังเสี่ยงจะถูกดูดซึมในลำไส้เล็กได้ไม่หมด ตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร นำมาซึ่งอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ชวนให้รู้สึกเพลีย ๆ อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นพยายามอย่ากินอาหารย่อยยากเหล่านี้ก่อนหรือระหว่างขับรถทางไกล ไม่งั้นคงขับไปรู้สึกกระสับกระส่าย ไม่สบายตัวไปแน่ ๆ

5. ธัญพืชและผักที่มีแก๊สเยอะ
เช่น กะหล่ำปลีดิบ บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง หอมใหญ่ มันฝรั่ง ดอกกะหล่ำ ถั่วเปลือกแข็ง โดยเฉพาะถั่วผสมเกลือ อาหารเหล่านี้มีแก๊สเยอะ กินเข้าไปมาก ๆ ก็อาจเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และง่วงนอนได้

6. เครื่องดื่มชูกำลัง
เครื่องดื่มชูกำลังที่หลงคิดกันว่าจะช่วยให้รู้สึกกระปี้กระเปร่า ไม่ง่วง แท้จริงแล้วอาจส่งผลตรงกันข้ามก็ได้ เพราะเครื่องดื่มชูกำลังอาจกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวจนละเลยการพักผ่อน ไม่รู้สึกอยากพักรถระหว่างทาง ก่อให้เกิดอาการอ่อนล้าสะสม มีอาการมึนงง หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ และเสี่ยงความดันโลหิตสูง

7. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
แน่นอนว่าถ้าต้องขับก็ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของมึนเมาทุกชนิด เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้สติสัมปะชัญญะลดลง การตัดสินใจช้าลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุในระหว่างขับรถได้

และถ้าไม่อยากง่วงงุน หรือรู้สึกไม่สบายตัวระหว่างเดินทาง ก็พยายามเลือกกินอาหารกันหน่อย อย่างอาหารที่ช่วยแก้ง่วงตอนขับรถเหล่านี้ก็ได้

 

อาหารที่แก้ง่วงระหว่างขับรถทางไกล

กาแฟ
แน่นอนว่าคาเฟอีนเป็นสิ่งที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นก่อนออกเดินทางก็ชงกาแฟใส่ขวดเก็บความร้อนแล้วพกติดรถไปด้วยดีกว่า ในระหว่างทางก็จิบกาแฟสลับกับน้ำเปล่าไปเรื่อย ๆ ให้คาเฟอีนซึมเข้าไปในเลือด ป้องกันอาการง่วงงุนที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งการที่เราดื่มน้ำไปขนาดนี้ ก็อาจทำให้เรารู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยจนต้องแวะเข้าห้องน้ำเรื่อย ๆ ถือเป็นการพักคน พักรถไปในตัวด้วยเนอะ

อัลมอนด์
อัลมอนด์เป็นของว่างที่นอกจากจะมีโปรตีนสูงแล้ว ก็ยังมีกรดไขมันชนิดดีต่อร่างกายอีกพอสมควร ซึ่งสองสิ่งนี้นี่ล่ะค่ะที่จะช่วยให้ร่างกายของเรามีพลังงานไปได้ยาว ๆ และก็เช่นเดิม การเคี้ยวถั่วอัลมอนด์เพลิน ๆ ยังช่วยเพิ่มออกซิเจนให้สมอง ทบทวีความตื่นตัวให้ร่างกายคูณสองไปเลย

หมากฝรั่งรสมินต์
ในกรณีที่รู้สึกหนักหนังตามาก ๆ ง่วงไม่ไหวแล้ว เคสนี้หมากฝรั่งรสมินต์ช่วยคุณได้นะคะ เพราะการศึกษาจาก Coventry University พบว่า อาสาสมัครที่เคี้ยวหมากฝรั่งรสมินต์จะรู้สึกง่วงนอนน้อยกว่าตอนที่ยังไม่ได้เคี้ยวหมากฝรั่ง แถวยังรู้สึกสดชื่นมากขึ้นหลังจากเคี้ยวหมากฝรั่งรสมินต์อีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะว่ามินต์เป็นสมุนไพรรสเย็น ที่ช่วยปลุกความสดชื่นให้ร่างกายได้ไม่น้อย อีกทั้งอากัปกิริยาของเราในการเคี้ยวหมากฝรั่งก็ยังจะช่วยให้โลหิตไหลเวียนไปเลี้ยงที่สมองมากขึ้น ช่วยเพิ่มออกซิเจนสู่สมอง ทำให้สมองแล่น เกิดความกระฉับกระเฉงตื่นตัวได้ทันที

ผลไม้รสเปรี้ยว
เช่น ส้ม สับปะรด มะม่วงดิบ หรือฝรั่ง ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น และมีวิตามินซีที่ช่วยต้านความเหนื่อยล้า ลดความตึงเครียดระหว่างขับรถทางไกล หรือเลือกกินแอปเปิล กล้วย ที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มพลังงานให้ร่างกาย ลดอาการอ่อนล้า ง่วงระหว่างขับรถได้

น้ำเปล่า
น้ำเปล่าคือดีที่สุดไม่ว่าจะช่วงเวลาไหน เพราะนอกจากน้ำจะให้ความรู้สึกสดชื่นแล้ว ยังช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในเลือดของร่างกาย ทำให้รู้สึกตื่นตัว ไม่อ่อนล้า

น้ำผลไม้
หากอยากได้น้ำหวานระหว่างขับรถแนะนำเป็นน้ำผลไม้สด ไม่เติมน้ำเชื่อมหรือน้ำตาล และหากเป็นน้ำผลไม้รสเปรี้ยวนิด ๆ ด้วยจะยิ่งช่วยให้รู้สึกสดชื่น ร่างกายตื่นตัวจากวิตามินต่าง ๆ ในน้ำผลไม้

น้ำแข็ง
สำหรับคนที่เคยขับรถทางไกลแล้วง่วงหนักมาก รอบนี้เราจะแก้ตัวใหม่ด้วยการพกกระติกน้ำแข็งเล็ก ๆ สักใบ หรือแก้วเก็บความเย็นขนาดใหญ่บรรจุน้ำแข็งไปด้วย ถ้าขับรถไปแล้วจู่ ๆ รู้สึกง่วงขึ้นมา แนะนำให้หยิบน้ำแข็งมาอมไว้ในปากสักพัก เพื่อให้ความเย็นกระจายไปปลุกความสดชื่นยังเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย แก้ง่วงในระหว่างขับรถได้ชะงัด หรือจะพกเครื่องดื่มแช่ในกระติกน้ำแข็งไปด้วย ถ้ารู้สึกง่วงขึ้นมาเมื่อไรก็หยิบขึ้นมาดื่มเติมความสดชื่นได้เหมือนกัน


อย่าลืมแวะพักเป็นระยะ สูดอากาศบริสุทธิ์ เพิ่มออกซิเจนให้ร่างกาย หรือหากรถติดหนักจะลองออกมาเดินยืดเส้นยืดสายด้วยก็น่าจะช่วยให้หายง่วงไปได้ไม่น้อย

 

MW Wellness มีโปรแกรมดูแลรักษาสุขภาพมากมาย

สามารถปรึกษาได้ ฟรี! และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Line: @mw-wellness

Tel: 096-081-2533, 02-276-5093


NEWS

mw mw mw