กินวิตามินตอนไหน ดีสุด


แม้การกินอาหารในแต่ละวันให้ครบคุณค่าทางโภชนาการจะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะมีผลิตภัณฑ์วิตามินและอาหารเสริมออกมามากมาย เป็นตัวเลือกให้กินเสริมยามขาดแคลนกันได้ง่ายๆ แต่ด้วยกระบวนการดูดซึมของร่างกายนั้นซับซ้อน แค่กินเฉยๆ อาจไม่พอ ต้องกินให้ถูกจังหวะและเวลาด้วย วันนี้เราจึงมีคำแนะนำดีๆ ว่าควร กินวิตามินตอนไหน ถึงจะได้ประโยชน์สูงสุดมาฝา


กินวิตามินกับอาหาร

วิตามินเอ ดี อี เค คือวิตามินที่ละลายในไขมัน ร่างกายจะดูดซึมวิตามินเหล่านี้ได้ดีเมื่อกินร่วมกับอาหารที่มีไขมัน เช่น นม โยเกิร์ต อะโวกาโด (ในมุมมองของอาหารสุขภาพ) ซึ่งปัจจุบันก็มีวิตามินหลายยี่ห้อมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ ช่วยให้กินง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกินร่วมกับอาหาร

การศึกษาที่ตีพิมพ์ลงใน Journal of the Academy of Nutrition and Dietetics พบว่ามนุษย์จะดูดซึมวิตามินดี  มากขึ้น 32 เปอร์เซ็นต์เมื่อกินร่วมกับอาหารที่มีไขมัน เปรียบเทียบกับอาหารไม่มีไขมัน

อาหารเสริมและวิตามินที่ละลายในไขมันอื่นๆ เช่น โคคิวเท็น เคอร์คิวมิน


ทำไมต้องกินอาหารเสริมร่วมกับอาหาร

อาหารเสริมบางอย่าง กินร่วมกับอาหารจะดีที่สุด เพราะบางชนิดอาจต้องใช้ไขมันในการดูดซึม การกินร่วมกับอาหารที่มีไขมันเล็กน้อยจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า การกินอาหารเสริมและวิตามินร่วมกับอาหารอาจช่วยลดการเกิดภาวะท้องเสีย และดีต่อระบบย่อยอาหารมากกว่าการกินตอนท้องว่าง ในกรณีของคนที่ท้องค่อนข้างเสาะ กินร่วมกับอาหารจะช่วยให้ชัวร์ขึ้น

แล้วการกินวิตามินร่วมกันหลายตัวล่ะ

การกินวิตามินที่ละลายในไขมันร่วมกันอาจทำให้ไม่สบายกระเพาะอาหาร แม้จะกินร่วมกับอาหารก็ตาม ซึ่งแนะนำให้ทดลองกินร่วมในปริมาณที่แนะนำต่อวันในแต่ละชนิดดูก่อน แล้วสังเกตอาการ


กินวิตามินและธาตุเหล็กตอนท้องว่าง

ธาตุเหล็ก ควรกินตอนท้องว่าง ร่วมกับน้ำเปล่า หรือน้ำส้ม ไม่ควรกินร่วมกับแคลเซียมและวิตามินอี แต่หากกินธาตุเหล็ก (หรือวิตามินอื่นๆ) ตอนท้องว่างแล้วเกิดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร ก็สามารถกินร่วมกับของว่างเล็กๆ น้อยๆ ได้
วิตามินละลายน้ำได้ส่วนใหญ่สามารถกินได้ตอนท้องว่าง ถ้าคุณทำได้ นั่นเพราะร่างกายของคุณจะรับเอาเฉพาะเท่าที่ต้องการ ที่เหลือก็จะขับออกทางปัสสาวะไป (รวมวิตามินซีและวิตามินบีที่เรากินๆกันอยู่ด้วย) การกินพร้อมอาหารไม่ได้ทำให้ระสิทธิภาพลดลงแต่อย่างใด
ถึงอย่างไร การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเมื่อต้องเพิ่มหรือเปลี่ยนการรับประทานอาหารเสริมและวิตามินต่างๆ ย่อมดีที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายจะได้รับประโยชน์สูงสุดนั่นเอง