4 อาการผื่นคันใกล้ตัว

อาการผื่นคันประเภทโรคผิวหนังที่พบบ่อยในคนไทยออกเป็นสามกลุ่มคร่าวๆ ส่วนอีกหนึ่งกลุ่มผื่นคันเป็นประเภทที่เกิดจากโรคเรื้อรังภายในร่างกาย ซึ่งมีดังนี้

1. ผิวหนังอักเสบ

สาเหตุคือ “ผื่นคันในกลุ่มนี้เป็นผลจากโรคผิวหนังอักเสบ (eczema) ซึ่งมีสาเหตุมาจากกระบวนการทำปฏิกิริยาเองภายในร่างกาย หรือพูดง่ายๆ ว่า เป็นผื่นคันที่มีอยู่ในตัวทุกคน แล้วเห่อขึ้นเองโดยไม่มีที่มาที่ไป แต่จะเป็นเฉพาะบางคนเท่านั้น เช่น ผื่นรังแค ภูมิแพ้ผิวหนัง

ลักษณะอาการผื่นคันจากโรคผิวหนังอักเสบที่พบมากในกลุ่มนี้ ยกตัวอย่างเช่น

ผื่นรังแค (seborrheic dermatitis)

หรือเรียกว่า โรคเซ็บเดิร์ม เป็นโรคในกลุ่มเดียวกับรังแค มักเป็นมากเป็นพิเศษตรงบริเวณที่เป็นสิวหรือมีต่อมไขมันมาก

วิธีสังเกตอาการ

– เป็นผื่นตุ่มแดง แห้งคัน ผิวลอกเป็นขุยหรือสะเก็ดคล้ายรังแค แสดงอาการเฉพาะจุด บริเวณหนังศีรษะ หว่างคิ้วเหนือคิ้ว ขอบตา ข้างจมูก หน้าและหลังหู เป็นต้น

– หน้ามัน เป็นสิว

– ผื่นมักเห่อเมื่อเกิดความเครียด อากาศแห้ง สัมผัสแสงแดดหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ

– เป็นโรคพาร์กินสัน หรือติดเชื้อเอชไอวี

 

ผื่นแพ้สัมผัส (contact dermatitis)

สาเหตุคือ“การจะเกิดผื่นแพ้สัมผัสได้นั้น เราต้องสัมผัสสารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นประจำ มาเป็นเวลานานหรือในปริมาณเข้มข้นสูงจนกระทั่งร่างกายแสดงปฏิกิริยาต่อต้านออกมา ประกอบกับถ้ามีแผลบริเวณผิวหนัง ก็จะยิ่งทำให้สารดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารเคมีในเครื่องสำอาง เช่น น้ำหอม น้ำยาย้อมผม ลิปสติก ครีมบำรุงผิว สารเคมีประเภททำความสะอาด เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาขัดห้องน้ำ หากร่างกายแพ้สารชนิดใด โดยมากมักจะแพ้ไปตลอดชีวิต จึงต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสให้ดี”

วิธีสังเกตอาการ

– ผื่นแพ้สัมผัสเฉียบพลัน รุนแรงมากที่สุด เป็นผื่นตุ่มน้ำใสมีน้ำเหลืองไหลเยิ้มค่อนข้างมาก คันมาก

– ผื่นแพ้สัมผัสปานกลาง เป็นผื่นตุ่มแดง แห้ง คัน ผิวลอกเป็นขุย

– ผื่นแพ้สัมผัสเรื้อรัง เป็นผื่นหนาและแข็ง เห็นลายเส้นผิวหนังชัดเจน คันเนื่องจากปล่อยให้เป็นผื่นมานานโดยไม่รักษาให้หายขาด

 

2. กลาก

สาเหตุคือ“กลากเป็นผื่นคันเกิดจากติดเชื้อราจากคนหรือสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่มีขนเยอะอย่างแมว กระต่าย หรือจากดิน
“กลากติดต่อได้จากการคลุกคลีกัน เช่น การสวมรองเท้าของคนเป็นโรคกลากที่เท้า การคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อรา ซึ่งกลากที่ติดจากสัตว์จะทำให้เกิดอาการผื่นคันอักเสบค่อนข้างมากกว่ากลุ่มอื่น”

วิธีสังเกตอาการ

– เป็นผื่นตุ่มแดงกระจุกตัวเป็นวงกลม แล้วค่อยๆ ขยายวงกว้าง มีขุยสีขาว คันมาก

– ขอบผื่นนูนกว่าบริเวณผื่นตรงกลางอย่างชัดเจน และมีตุ่มน้ำใสเล็กๆ หรือขุยขาวๆ กระจายอยู่

– มักขึ้นบริเวณที่อับชื้น เช่น ลำตัว ซอกข้อพับ ง่ามนิ้ว ก้น อวัยวะเพศ หนังศีรษะ เป็นต้น

– ลุกลามจากที่หนึ่งไปยังที่อื่นๆ ในร่างกาย

 

3. ลมพิษ

สาเหตุคือ“ลมพิษเป็นผื่นคันอีกหนึ่งชนิดที่เกิดจากการแพ้ มีลักษณะเฉพาะตัวเด่นมาก โดยเมื่อร่างกายได้รับสารที่กระตุ้นการแพ้ เช่น ยา อาหาร สารที่ผสมในอาหารละอองเกสร ฯลฯ จะหลั่งสารฮิสตามีน (histamine) ออกมา
“หากสารคั่งอยู่บริเวณใดเป็นพิเศษ จะก่อให้เกิดเป็นผื่นลมพิษขึ้นตรงนั้นอย่างฉับพลัน”

วิธีสังเกตอาการ

– ผื่นเป็นปื้นนูนแดง บวมปูด คันมาก

– ผื่นเคลื่อนย้ายตำแหน่งไปทั่วร่างกาย เช่น แขน ขา ลำตัว ปาก ตา

– เป็นผื่นตามรอยขูดขีดบนผิว

– บริเวณผื่นมีอาการร้อน

– ผื่นหายได้เองภายใน 24 ชั่วโมง (สำหรับหนึ่งผื่น) แต่อาจทยอยขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ

 

4. โรคเรื้อรัง

ผู้ที่มีอาการคันเรื้อรังร้อยละ 10 – 15 เป็นผลมาจากโรคที่ซ่อนอยู่ “ผื่นคันบางอย่างเป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรังที่มีผลข้างเคียงทำให้ภูมิต้านทานต่ำ บางโรคทำให้เกิดผื่นคันอย่างเห็นได้ชัด ที่พบบ่อยได้แก่ โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)”

วิธีสังเกตอาการ

– เป็นผื่นแดงบนใบหน้า ลำตัว แขน ขา หรือทั้งตัว อาจมีสะเก็ดบางหรือหนา คัน

– ผื่นจะยิ่งแดงมากขึ้นเมื่อถูกแสงแดด

– มีอาการจ้ำเลือด ปวดบวมตามข้อหรือปลายนิ้ว อ่อนเพลียหรือมีไข้ร่วมด้วย