ซิฟิลิส คือโรคอะไร ?

ซิฟิลิสคือโรคอะไร
โรคซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เมื่อได้รับเชื้อจะกระจายไปตามกระแสโลหิต ทำให้เกิดรอยโรคและโรคได้เกือบทุกอวัยวะในร่างกาย

ซึ่งสามารถติดต่อได้ 2 ทางคือ

1.จากมารดาสู่ทารก โดยมารดาที่มีเชื้อซิฟิลิสสามารถส่งเชื้อผ่านรกไปสู่ทารกในครรภ์ ทำให้ทารกติดเชื้อตั้งแต่กำเนิด
2.ทางเพศสัมพันธ์ จากคู่สมรสที่มีเชื้อถ่ายทอดให้อีกฝ่าย

เป็นแล้วอันตรายหรือไม่
ผู้ที่มีเชื้อซิฟิลิส หากไม่ได้รับการรักษา หรือรักษาไม่ครบตามคำสั่งการรักษาของแพทย์ เชื้อจะแพร่กระจายเข้าสู่อวัยวะต่างๆของร่างกาย

การรักษาโรคซิฟิลิส
ปัจจุบันยังนิยมรักษาด้วยยาเพนนิซิลิน โดยการฉีดยาเพนนิซิลินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 3 สัปดาห์ติดต่อกัน ในกรณีที่ผู้ป่วยแพ้ยาเพนนิซิลิน จะให้ยาชนิดอื่นรับประทาน เช่น อีริโทรมัยซินรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานาน 1 เดือน

 

การปฏิบัติตัวในระหว่างการรักษา
1.มาพบแพทย์ตามแผนการรักษา
2.ถ้ารับการรักษาไม่ครบตามคำสั่งแพทย์ ต้องเริ่มต้นรักษาใหม่
3.หากมีประวัติเคยแพ้ยาเพนนิซิลิน ต้องบอกให้แพทย์ทราบก่อนการรักษา
4.การติดตามผลการรักษา แพทย์จะนัดมาตรวจเลือดหลังได้รับการรักษาครบ 3 เดือนและนัดเป็นระยะๆ จนครบ 5 ปี
5.แนะนำให้คู่สมรสมารับคำปรึกษาและการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อซิฟิลิส

 

ใครบ้างเสี่ยงต่อโรคซิฟิลิส
ข้อมูลจาก Medical News Today ระบุว่า คนที่มีเพศสัมพันธ์นั้นจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคซิฟิลิสากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ดังนี้

  1. ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีการป้องกัน
  2. ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย
  3. ผู้ที่ติดเชื้อ HIV
  4. คนที่มีคู่นอนมากมาย

นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีแผลซิฟิลิส ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีได้อีกด้วย

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคซิฟิลิส
นอกเหนือจากการสังเกตุอาการแสดงในเบื้องต้นแล้ว  เราจะสามารถระบุได้เเน่ชัดว่าเราเป็นโรคซิฟิลิสหรือไม่นั้น ต้องมีการตรวจจากแพทย์ ทำการตรวจร่างกายและถามเกี่ยวกับประวัติทางเพศของผู้ป่วยก่อน แล้วหลังจากนั้นถึงจะต้องทำการทดสอบทางคลินิกเพื่อยืนยันโรคซิฟิลิส  ข้อมูลจาก Medical News Today ระบุไว้ดังต่อไปนี้

  1. การตรวจเลือด: สามารถตรวจพบการติดเชื้อในปัจจุบันได้ รวมไปถึงการตรวจแอนติบอดีต่อโรคซิฟิลิสที่มีหรือแฝงอยู่ในร่างกาย
  2. ของเหลวในร่างกาย: โดยเฉพาะของเหลวจากแผลริมอ่อนในระยะเริ่มต้นหรือระยะที่สองสามารถประเมินโรคซิฟิลิสได้
  3. Cerebrospinal fluid:  หรือน้ำในไขสันหลัง เพื่อทดสอบผลกระทบต่อระบบประสาท

อย่างไรก็ตามเมื่อทำการตรวจโรคซิฟิลิสแล้ว ในบางเคสอาจจำเป็นต้องมีการทดสอบหาเชื้อ HIV ร่วมด้วยเพื่อประโยชน์ในการรักษาอย่างแม่นยำ

ข้อมูลจาก www.goodlifeupdate.com