MWWellness ทานอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงต่อ สุขภาพ ในด้านใดบ้าง

ศูนย์ดูแลสุขภาพ และล้างพิษครบวงจร ทานอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงต่อ สุขภาพ ในด้านใดบ้าง

MWWellness อาหาร เป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีพให้อยู่รอด แต่เมื่อเวลาผ่านไปสังคมถูกปรับเปลี่ยน เวลาในการทำงานเริ่มมีอิทธิพลต่อการทานอาหาร เรามาดูกันว่าการทานอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงต่อ สุขภาพ ในด้านใดบ้าง

ทานอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงต่อ สุขภาพ ในด้านใดบ้าง

ทานอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงต่อ สุขภาพ ในด้านใดบ้าง


อาหาร เป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีพให้อยู่รอด แต่เมื่อเวลาผ่านไปสังคมถูกปรับเปลี่ยน เวลาในการทำงานเริ่มมีอิทธิพลต่อการทานอาหาร เรามาดูกันว่าการทานอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงต่อ สุขภาพ ในด้านใดบ้าง

 

     ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันที่ทุกอย่างเต็มไปด้วยความเร่งรีบ และ รวดเร็ว ส่งผลให้การดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราจำเป็นต้องรีบเร่งตามไปด้วยอย่างเสียไม่ได้ จนหลายครั้งก็ทำให้เราต้องเลือกที่จะตัด หรือ ข้ามกิจวัตรประจำวันที่สำคัญหลาย ๆ อย่างไป โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร ที่เมื่อยุ่งมาก ๆ เราก็มักจะหลงลืมเวลา ทำให้กินอาหารไม่ตรงเวลาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งแม้จะไปทดแทนเอาในมื้อต่อ ๆ ไปได้ แต่การกินอาหารไม่ตรงเวลาเป็นประจำ อาจมีผลเสียต่อสุขภาพได้

 

ทำไมเราควรทานอาหารให้ตรงเวลา

     การทานอาหารให้ตรงเวลา เป็นเรื่องที่ถือว่ามีความสำคัญต่อระบบร่างกาย และ สุขภาพ ในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้

1. เสริมการทำงานของระบบเผาผลาญ

     การรับประทานอาหารจะช่วยให้ระบบในร่างกายเริ่มวงจรการทำงานได้เป็นปกติ แต่เมื่ออดอาหาร หรือ กินข้าวไม่ตรงเวลา ไม่ว่าจะในมื้อใดก็ตาม ร่างกายจะรู้สึกขาดพลังงาน ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะเริ่มทำงานช้าลง โดยเฉพาะการเผาผลาญที่จะทำงานช้าลงกว่าปกติ ทำให้เผาผลาญแคลอรีได้น้อย ผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหากต้องการลดน้ำหนักอย่างเห็นผลจึงไม่ควรอดอาหาร

2. เสริมพลังงานแก่ร่างกาย

     การกินอาหารให้ตรงเวลา จะช่วยให้ระยะเวลาหลังจากนั้นร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอที่จะไปหล่อเลี้ยงระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉง มีพลังงานเพียงพอพร้อมต่อการทำกิจกรรม มากไปกว่านั้น ยังช่วยให้มีสมาธิอีกด้วย

3. ช่วยลดการกินจุกจิก

     การรับประทานอาหารให้ตรงเวลาจะทำให้ สุขภาพ ร่างกายได้รับพลังงานในแต่ละมื้ออย่างเพียงพอ จะช่วยลดความอยากอาหารในมื้อต่อไป ทำให้ไม่กินจุกจิก หรือ กินมากขึ้นในมื้อต่อไปเพื่อทดแทนพลังงานให้แก่ร่างกาย ซึ่งตรงกันข้ามกับการ กินข้าวไม่ตรงเวลา ที่เสี่ยงจะทำให้หิวบ่อย หรือ กินจุกจิกมากขึ้น

4. ป้องกันการขาดสารอาหาร

     การรับประทานอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อ และ ทุกวัน จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน และ เพียงพอ การอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง หรือ การกินข้าวไม่ตรงเวลา อาจทำให้ในวันนั้นร่างกายได้รับสารอาหารบางอย่างไม่เพียงพอ และ ถ้าหากทำจนติดเป็นนิสัย ก็เสี่ยงที่จะประสบกับภาวะขาดสารอาหารบางชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน หรือ วิตามินต่าง ๆ ได้

 

ทานอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงต่อ สุขภาพ อย่างไรบ้าง ?

     การทานอาหารไม่ตรงเวลา บ่อย ๆ ในระยะยาวอาจมีผลเสียต่อ สุขภาพ ได้หลายประการ ดังนี้

1. ทานอาหารไม่ตรงเวลา มีผลต่อน้ำตาลในเลือด

     หากอดอาหาร หรือ กินข้าวไม่ตรงเวลา เป็นประจำ ร่างกายจะไม่ได้รับคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นพลังงานสำคัญของร่างกาย เมื่อระดับคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดมีความผันผวนเช่นนี้ ก็จะเกิดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน มากไปกว่านั้น สมองยังจำเป็นต้องใช้กลูโคสเพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง หากระดับน้ำตาลในเลือดลดลงจะทำให้สมองทำงานได้ช้าลงด้วย

2. มีผลต่อระบบย่อยอาหาร

     การทานอาหารไม่ตรงเวลา จะทำให้ระบบการย่อยอาหารผิดปกติ ไม่มีอาหาร และ สารอาหารให้ระบบทางเดินอาหาร และ ระบบย่อยอาหารได้ทำหน้าที่ตามปกติ เสี่ยงที่จะเป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือ แผลในกระเพาะอาหาร

3. ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง

     การทานอาหารไม่ตรงเวลา จะทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ช้าลง เผาผลาญแคลอรีน้อยลง ร่างกายจึงได้รับพลังงานไม่เต็มที่ มีผลให้ระบบต่าง ๆ เกิดความผิดปกติ เช่น ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้า ความเครียด ความดันโลหิตต่ำ ท้องผูก

4. ทานอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงต่อโรคอ้วน

     เมื่ออดอาหาร จะทำให้ความอยากอาหารมื้อต่อไปเพิ่มมากขึ้น เสี่ยงที่แคลอรีจะพุ่งเกินพิกัด และ ถ้าหากมีพฤติกรรม กินข้าวไม่ตรงเวลา เป็นประจำก็จะมีผลต่อน้ำหนัก ในระยะยาวอาจเสี่ยงต่อโรคอ้วนได้

 

อดอาหารนาน ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร แก้ไขได้อย่างไร ?

     ผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหารควรรับการรักษาโดยแพทย์ ไม่ควรเพิ่มความเสี่ยงซื้อยารับประทานด้วยตัวเอง โดยวิธีการรักษาทางการแพทย์จะปรับระดับอิเล็กโทรไลต์ ( Electrolyte ) ให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยส่งผ่านเข้าสู่หลอดเลือดดำ ทดแทนวิตามิน แร่ธาตุในร่างกายที่เสียไป เช่น วิตามินบี

     ยังมีบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งใช้การอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งทำให้สูญเสียกล้ามเนื้อ หรือ ทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อของคุณผิดปกติเหมือนอาการข้างต้นที่กล่าวมา และ นำคุณไปสู่โรคโลหิตจาง ประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันน้อยลง เนื่องจากร่างกายขาดวิตามิน แร่ธาตุ ทำให้ไม่ได้รับสารอาหารตามโภชนาการในแต่ละวัน

     การอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก นอกจากจะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ แล้ว ยังทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะการอดอาหารไปกระตุ้นให้คุณรู้สึกหิว เมื่อเริ่มรับประทานอย่างใดอย่างหนึ่งคุณจะไม่สามารถหยุดทานได้ บุคคลกลุ่มนี้สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมโดย

  • การดื่มน้ำผัก ผลไม้ นม หรือ เครื่องดื่มที่มีไขมันต่ำ
  • งดแอลกอฮอล์
  • ใช้ยาระบาย อาหารเสริมในการดีท็อก ( Detox )
  • รับประทานอาหารเช้าทุกวัน เพราะเป็นมื้อที่สำคัญส่งผลไปสู่การใช้พลังงาน และ ลดอาหารในมื้อเย็น งดกินในมื้อดึกก่อนเข้านอน
  • คำนวณแคลอรีให้พอเหมาะกับร่างกายของคุณ
  • รับประทานของว่างจำพวกธัญพืช เช่น ขนมปังโฮลวีต คุกกี้ข้าวโอ๊ต

 

ทานอาหารไม่ตรงเวลา ควรแก้ไขอย่างไร ?

     เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • หากไม่สะดวกรับประทานอาหารมื้อใหญ่ในมื้อนั้น ๆ ให้พยายามแบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็ก ๆ กินหลาย ๆ เวลา เพื่อไม่ให้ร่างกายหิวโหย
  • หากมีภารกิจประจำวันที่แสนยุ่งเหยิง ควรพกของว่างติดตัวไว้เสมอ เช่น ผลไม้ ขนมปัง นม โยเกิร์ต เพื่อให้มีอาหารรองท้อง ลดอาการหิวโหยระหว่างวัน
  • เน้นของว่างที่มีโปรตีน และ ไฟเบอร์ เพราะจะทำให้ร่างกายอิ่มได้นานขึ้น
  • หากรู้ล่วงหน้าว่าจะไม่มีเวลามากพอในการกินอาหาร ควรเตรียมอาหาร หรือ ของว่างไว้ล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่ต้องอดอาหารในวันนั้น
  • อย่าอดอาหาร พยายามรับประทานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • ตั้งเวลาเพื่อเตือนว่าถึงเวลาที่ควรกินอาหารแล้ว และ ควรปฏิบัติตามระยะเวลาที่ตั้งไว้ พยายามอย่า กินข้าวไม่ตรงเวลา บ่อย ๆ เพราะจะติดเป็นนิสัย และ แก้ได้ยาก

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

สัญญาณอันตรายก่อนเป็นเบาหวาน

รักษารังแค ด้วย Soda Spa สปาเส้นผม


NEWS

mw mw mw