รู้ทัน เบาหวาน ก่อนเกินอันตราย

“เบาหวาน” โรคร้ายแรงที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง ฟังดูแล้ว ก็ไม่น่าจะรุนแรงสักเท่าไหร่ แต่เชื่อหรือไม่ว่า โรคนี้ร้ายแรงกว่าที่คุณคิด ถ้าคุณไม่รู้จักป้องกันมาเสียก่อน

 

สถิติ “เบาหวาน”

จากสถิติพบว่า ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นเบาหวานประมาณ 5 ล้านคน และมีแนวโน้มเป็นเบาหวานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากปี 2534 ถึงปี 2557 มีผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นเป็น 8.9% นอกจากนี้ยังพบว่าประชากรเสียชีวิตจากโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนถึง 21.96% และยังควบคุมระดับน้ำตาลได้น้อยมากประมาณ 40% ในขณะที่สามารถควบคุมทั้ง 3 อย่าง คือ ระดับน้ำตาล ไขมัน และความดันโลหิต ได้แค่ประมาณ 12% เท่านั้น

 

เบาหวาน คือ?

โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus: DM) เป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือเป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกาย มีความผิดปกติหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนเกิดน้ำตาลสะสมในเลือดปริมาณมาก หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้ เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่างๆ เสื่อม เกิดโรคและอาการแทรกซ้อนขึ้นได้ง่าย

 

สังเกตอาการ “เบาหวาน”

อาการสำคัญที่สังเกตได้ด้วยตัวตนเอง คือ ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน หิวบ่อย กินจุบจิบ แต่น้ำหนักลด มีอาการชาปลายมือ ปลายเท้า บาดแผลหายช้า อ่อนเพลีย สายตาผิดปกติ เพราะหากเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจส่งผลให้จอประสาทตาเสื่อม เกิดแผลกดทับ ติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะติดเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญส่งผลให้เกิดความพิการในอวัยวะต่างๆ

 

ดูแลตัวเองต้องควบคุมอาหาร

การควบคุมอาหารสำหรับผู้ป่วย “เบาหวาน” เป็นสิ่งสำคัญมาก โดย “ยาเบาหวาน” ที่มีใช้กันโดยทั่วไปนั้น สามารถควบคุมน้ำตาลจากอาหารได้เพียง 45-60 กรัมต่อมื้อเท่านั้น เมื่อคิดเป็นข้าวสวยจะได้ไม่เกิน 3-4 ทัพพี ขณะที่เราอาจทานข้าวมากกว่า 4 ทัพพี ซึ่งมีน้ำตาลมากกว่าที่ยาจะควบคุมได้ ดังนั้นการเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง วุ้นเส้น ขนมปังโฮลวีท หรือธัญพืชไม่ขัดสีนั้น จะมีใยอาหารที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้จริง แต่ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องควบคุมปริมาณเช่นเดียวกับข้าวขาว จึงไม่ควรนำธัญพืชมากินเพิ่มจากข้าว เช่น กินข้าวกับผัดฟักทอง หรือข้าวกับผัดวุ้นเส้น เป็นต้น

 

ออกกำลังกาย…สำคัญ

การ “ออกกำลังกาย” เป็นประจำจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สามารถลดปริมาณการใช้ยาหรือการฉีดอินซูลินได้ ควรออกกำลังกายที่ไม่มีแรงกระแทกหรือมีแรงกระแทกต่ำ เช่น เดิน ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เลือกความหนักของการออกกำลังกายที่เหมาะสม

 

ทั้งนี้ หากคุณไม่มั่นใจว่าคุณเป็น เบาหวาน หรือ ถ้าคุณกำลังเผชิญกับ เบาหวาน อยู่ แต่ไม่ทราบว่าควรจะป้องกันยังไง สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำไปปฎิบัติให้เหมาะสมได้เลย กับ MW Wellness ศูนย์การแพทย์ที่ไม่เน้นการใช้ยา รักษาที่ต้นเหตุของโรค สอบถามเพิ่มเติม หรือ โทรได้ที่เบอร์  02-276-5093-4

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thairath

 

บทความเพิ่มเติม

รู้ทันก่อนเป็นมะเร็ง

รู้ไหม ฮอร์โมนสำคัญแค่ไหน

ภูมิแพ้อาหารแฝง ภัยเงียบที่กำลังคุกคามคุณ ถ้าไม่รีบป้องกัน