กินอย่างไร? ไม่ให้เป็นเกาต์

โรคเกาต์ หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโรคนี้ผ่านหูกันมาบ้าง และคงเคยกับได้ยินกับประโยคที่ว่า “เป็นเกาต์ ห้ามกินไก่” ซึ่งวันนี้เราจะมาไขคำตอบกันว่าโรคเกาต์ คืออะไร เกี่ยวข้องกับการกินอย่างไร และคนเป็นสามารถกินไก่ได้หรือไม่ มาติดตามกันครับ

 

โรคเกาต์ หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโรคนี้ผ่านหูกันมาบ้าง และคงเคยกับได้ยินกับประโยคที่ว่า “เป็นเกาต์ ห้ามกินไก่”  ซึ่งวันนี้เราจะมาไขคำตอบกันว่าโรคเกาต์ คืออะไร เกี่ยวข้องกับการกินอย่างไร และคนเป็นสามารถกินไก่ได้หรือไม่ มาติดตามกันครับ

 

โรคเกาต์ คืออะไร

 

โรคเกาต์ ( Gout ) คือ โรคปวดตามข้อ เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคข้ออักเสบ โดยเกิดจากภาวะที่ร่างกายมีกรดยูริกสูงมากให้เลือด และมีการสะสมเป็นระยะเวลานาน จนกรดยูริกเหล่านั้น ตกตะกอนอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และเกิดปุ่มขึ้นเป็นก้อนใหญ่ตามร่างกาย โดยเฉพาะในส่วนข้อที่เคยอักเสบบ่อย ๆ แต่หากกรดยูริกไปตกตะกอนที่ไตแทน จะทำให้เกิดเป็นโรคนิ่วในไตและไตเสื่อมได้

 

อาการของโรคเกาท์

 

ในระยะแรกจะมีอาการปวดแดงร้อนแบบเฉียบพลันใน 24 ชั่วโมงแรก ซึ่งอยู่ ๆ ก็จะปวดขึ้นมาเลย โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดที่โคนข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือ ข้อเข่า และหลังจาก 24 ชั่วโมงผ่านไป จะเริ่มดีขึ้น และหายสนิทภายใน 5-7 วัน

 

กรดยูริก สารก่อเกาท์

 

กรดยูริก ( Uric acid ) สารที่ก่อให้เกิดโรคเกาท์ หากมีการสะสมในเลือด และตกตะกอนเป็นผลึกตามข้อ ซึ่งโดยปกติแล้ว กรดยูริก เป็นสร้างที่ร่างกายสร้างขึ้นมาได้เอง 80% ส่วนอีก 20% มาจากการรับประทานอาหารที่ประกอบด้วย “สารพิวรีน”  เข้าสู่ในร่างกาย

 

อาหารที่มีสารพิวรีนสูง

 

สารพิวรีน ( Purine ) เป็นสารประกอบอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ที่สามารถพบได้อย่างเข้มข้นใน อาหารดังต่อไปนี้

  • เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ, ตับอ่อน, หัวใจ, ม้าม, สมอง, ไส้
  • สัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด ห่าน
  • ปลาบางชนิด เช่น ปลาซาร์ดีน, ปลาอินทรีย์, ปลาไส้ตัน, ปลาดุก
  • น้ำสกัดเนื้อ และ ซุปก้อน
  • ผักและธัญพืชบางชนิด เช่น ถั่วแดง, ถั่วเขียว, ถั่วดำ, ชะอม, กระถิน

 

อาหารเหล่านี้ จึงทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกาท์ได้ ไม่ใช่เฉพาะ ไก่ แต่เป็นอาหารทั้งหมดเหล่านี้ที่กล่าวมา ผู้ป่วยเกาท์ จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่จะทำให้เกิดยูริกสูงขึ้น นั่นเอง

 

นอกจากนี้ ยังรวมถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะ “เบียร์” เพราะ ในเบียร์ มีสารพิวรีนสูง อันเนื่องมาจาก ยีสต์ที่ใช้ผลิตเบียร์มีสารพิวรีนสูง นั่นเอง และเบียร์ไม่ได้ถูกกลั่นเหมือนกับเหล้า จึงเหลือทั้งยีสต์แถมด้วยน้ำตาลอยู่เต็ม ๆ  และเวลาดื่มแต่ละครั้ง เราก็มักดื่มเบียร์ปริมาณมากกว่าแอลกอฮอล์อย่างอื่น เพราะ ดื่มแล้วไม่เมาง่าย ๆ อีกด้วย ผู้ป่วยเกาท์ จึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด จึงจะดีที่สุด

 

การรักษาโรคเกาาท์

 

ถึงแม้ว่า โรคเกาท์ จะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงมาก แต่ก็สร้างความเจ็บป่วยให้กับผู้เป็นโรคในระยะหนึ่ง และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ผู้มีอาการ จึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกิน โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารพิวรีนสูง และต้องดื่มน้ำให้เยอะขึ้น เพื่อให้น้ำช่วยขับยูริกออกมาทางปัสสาวะได้ หรือการดื่มนมก็จะช่วยลดกรดยูริกได้

 

แต่หากมีอาการปวดกำเริบบ่อย จำเป็นต้อง ใช้ยาลดกรดยูริก ให้อยู่ต่ำกว่า 5.0-6.0 มก./ดล. ร่วมกับควบคุมอาหาร ไปด้วย เพื่อให้ผู้ป่วยไม่มีอาการข้ออักเสบ และสามารถกลับมา ทานอาหารชนิดอื่น ได้ปกติเหมือนเดิมได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

โรคหูดับ อันตรายถึงชีวิต

อันตรายจาก ฟอร์มาลีน ที่อาจปนเปื้อนอยู่ในอาหารสด