7 วิธีช่วยให้ นอนหลับง่าย สำหรับ คนหลับยาก

 

เป็นปัญหาโลกแตก สำหรับ คนหลับยาก เลยก็ว่าได้ ที่เข้านอนหัวถึงหมอนแล้ว แต่ก็นอนไม่หลับสักที จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมได้ วันนี้เราจะมาแนะนำ 7 วิธีที่จะช่วยให้ คนหลับยาก สามารถ นอนหลับง่าย ขึ้นได้

 

ปัญหานอนหลับยาก

 

ปัญหาหลับยาก หรือนอนไม่หลับ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ส่วนมากมักเกิดกับคนที่ทำกิจวัตรประจำวันไม่เป็นเวลา ไม่ตรงกับวงจรชีวิตของร่างกาย ทำให้มีปัญหานอนไม่หลับตามมได้ โดยสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ปัจจัย ดังนี้

 

  1. ปัจจัยทางด้านร่างกาย คือ ร่างกายมีอาการเจ็บป่วย มีไข้ หรือมีอาการที่ไม่สบายตัว อันเนื่องมาจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้หลับได้ยาก
  2. ปัญหาด้านจิตใจ เช่น ความเครียด , ความวิตกกังวล , ความเศร้า เป็นต้น ทำให้สมองยังคงคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้นอยู่ แม้กระทั่งตอนจะนอน ทำให้นอนไม่หลับได้
  3. ปัญหาทางสภาพแวดล้อม เป็นปัญหาจากภายนอกที่มารบกวนการนอนหลับของเรา เช่น มีเสียงรบกวน แสงสว่างในห้องนอน เป็นต้น

 

7 วิธีแก้อาการ นอนหลับยา ช่วยให้ นอนหลับง่าย

 

    1.อาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอน

 

การอาบน้ำอุ่นในช่วงก่อนเข้านอน อุณหภูมิของน้ำอุ่น จะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น จึงช่วยทำให้คุณ รู้สึกสบายตัว หลับได้ง่าย และนานขึ้นได้ หากบ้านของใครที่มีอ่างอาบน้ำอยู่แล้ว สามารถแช่อาบน้ำอุ่นได้ ทำให้มีประสิทธิภาพช่วยในการผ่อนคลายและหลับได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหานอนไม่หลับที่เกิดจากปัจจัยทางด้านร่างกาย

 

  1. ออกกำลังกายเป็นประจำ

 

การออกกำลังกาย เป็นกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพของคุณอยู่แล้ว ไม่ว่าจะออกกำลังกายประเภทใดก็ตาม การออกกำลังกาย จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ดี ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ( Cardio exercise ) ทำให้ลดอาการไม่สบายตัว ขณะนอนหลับได้ ทั้งนี้ต้องออกกำลังกายแบบพอดี และไม่หักโหมด้วย โดยเวลาที่เหมาะสม ในการออกกำลังกาย ควรออกก่อนเข้านอน อย่างน้อย 3 ชั่วโมง

 

  1. ทำสมาธิก่อนนอน

 

สำหรับผู้ที่มีปัญหานอนหลับยาก อันเนื่องมาจาก ปัจจัยทางด้านจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ความวิตกกังวล ความซึมเศร้า ทำให้จิตใจของเราจมอยู่กับความรู้สึกทุกข์เหล่านั้น ทำให้นอนไม่หลับ คุณจึงควรฝึกจิต ทำสมาธิก่อนอน เป็นประจำ โดยฝึกการกำหนดลมหายใจเข้าออกให้ตนเองอยู่กับปัจจุบัน ขณะทำสมาธิ เพื่อให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่านได้

 

  1. ทำห้องให้มืดสนิท

 

การนอนหลับให้ห้องที่มืดสนิท จะช่วยทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น เนื่องจาก แสงสว่างส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ที่ช่วยในเรื่องการด้านหลับได้ โดยก่อนนอนคุณต้องปิดอุปกรณ์ที่จะส่องแสงสว่างออกมาได้ สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ควรตั้งโหมดกลางคืนไว้ และคว่ำด้านหน้าจอลง เพื่อป้องกันการแจ้งเตือน ๆ ต่างที่จะทำให้เกิดแสงได้ รวมไปถึง การปิดกั้นแสง จากภายนอก ที่สามารถลอดเข้ามาในห้องนอนของคุณได้ อย่างทางหน้าต่าง ควรใช้ผ้าม่านแบบทึบ เพื่อป้องกัน ไม่ให้แสงภายนอก ลอดเข้าสู่ห้องนอนได้อย่างสนิท

 

  1. จัดห้องนอนให้สะอาดอยู่เสมอ

 

สิ่งไม่พึ่งประสงค์ โดยเฉพาะ ฝุ่นละออง เป็นสาเหตุที่รบกวนการนอนหลับของคุณได้ เพราะจะทำให้คุณหายใจไม่สะดวกขณะที่กำลังจะนอน คุณจึงควรหมั่นทำความสะอาดห้องนอนของคุณเป็นประจำ หมั่นซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนทุกสัปดาห์ เช็คเฟอร์นิเจอร์และของต่าง ๆ เป็นประจำ เพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่ของฝุ่นละออง รวมไปถึงเชื้อโรคต่าง ๆ ได้

 

  1. หลีกเลี่ยงการนอนดึก

 

หลายคนมีพฤติกรรมเสพติดการนอนดึก ไม่ว่าจะเป็นทำงานดึก ดูซีรีส์ดึก หรือทำกิจกรรมอะไรก็ตาม การนอนดึก เป็นการนอนที่ไม่เป็นเวลา ส่งผลให้เมื่อต้องการเข้านอนแล้วจริง ๆ นอนไม่หลับ และส่งผลให้นอนหลับไม่เพียงพอ หรือนอนตื่นสายได้ ทำให้กระทบกับวงจรของร่างกายที่ควรจะเป็น ดังนั้น คุณจึงควรหลีกเลี่ยงการนอนดึก โดยต้องบริหารจัดการเวลาในการใช้ชีวิตให้ดี เพื่อไม่ให้กระทบกับการนอน

 

  1. นอนเอาเท้าออกจากผ้าห่ม

 

หากใครเข้านอนแล้ว หลับไม่หลับสักที ให้ลองเอาเท้าออกจากผ้าห่มดู  ปกติร่างกาย จะลดระดับอุณหภูมิลงประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส เพื่อให้ร่างกายอยู่ในจุดที่สบาย ทำให้รู้สึกง่วงได้ และจะลดระดับอุณหภูมิลงต่อไปอีกนิด เมื่อถึงช่วงการนอนหลับลึก การนอนเอาเท้า ออกนอกผ้าห่มช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น เนื่องจาก เท้าเป็นอวัยวะหนึ่งที่ช่วยระบายความร้อนจากร่างกายได้ดี

 

ทั้ง 7 วิธีเหล่านี้ จะช่วยทำให้คนที่หลับหลับยาก นอนหลับได้ง่ายขึ้น หากลองวิธีต่าง ๆ เหล่านี้ จนครบหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการนอนหลับได้ คุณควรเข้าพบแพทย์ หรือนักบำบัด เพื่อการแนะนำให้ใช้ยานอนหลับ ยาผ่อนคลาย ตามที่ได้รับการปรึกษา หรือมีารปฏิบัติมาให้ฝึกบำบัดการนอนหลับ หรือหากใครที่มีความทุกข์มากเครียด จนนอนหลับเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน อาจต้องใช้ยาปรับสารเคมีในสมอง หรือต้องทำการปรึกษาและปรับสภาพจิตใจกับจิตแพทย์ จะทำให้สามารถแก้ปัญหาตรงได้ดี

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ไขมันพอกตับ ภัยเงียบจากการไม่เลือกกิน

OFFICE SYNDROME โรคอันตรายของคนวัยทำงาน