MWWellness ดูแล สุขภาพ ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

ศูนย์ดูแลสุขภาพ และล้างพิษครบวงจร ดูแล สุขภาพ ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

MWWellness "ไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ" นี่คือเหตุผลที่เหมาะกับการเป็นแรงบันดาลใจในการดูแล สุขภาพ ให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงโรคภัยไข้เจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ดูแล สุขภาพ ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

ดูแล สุขภาพ ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง


“ไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” ประโยคนี้คงอยู่ในใจของใครหลาย ๆ คน มันจึงเป็นเหตุผลที่เหมาะกับการเป็นแรงบันดาลใจในการดูแล สุขภาพ ให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงโรคภัยไข้เจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

  1. เลือกทานอาหารที่ดีต่อ สุขภาพ

อาหารกับ สุขภาพ เป็นของคู่กัน การที่เราจะมี สุขภาพ ดีได้นั้น การกินถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการดูแลตัวเอง เป็นการดูแลจากภายในสู่ภายนอก เราจึงควรต้องกินอาหารให้พอดี และหลากหลายในแต่ละวัน เลือกกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ โดยเน้นไปที่โปรตีน และคาร์โบไฮเดตรที่มีประโยชน์เป็นหลัก เสริมผัก ผลไม้ที่ให้เกลือแร่ และวิตามิน ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกไขมัน และอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลสูง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถกินอาหารที่คุณชอบแต่อาจจะไม่ค่อยดีต่อ สุขภาพ นัก แถมยังรู้สึกผิดทุกครั้งที่กินเข้าไปได้ แน่นอนว่าคุณสามารถกินเค้กชิ้นเล็ก ๆ ชานมไข่มุก หรือเมนูประเภทปิ้งย่างได้เช่นกัน แต่ต้องระวังไม่ให้เผลอกินในปริมาณที่มากเกินไป เพราะถ้าหากคุณกินในปริมาณที่พอดีก็จะเป็นผลดีต่อร่างกาย และจิตใจแถมยังช่วยเยียวยาอารมณ์ให้ดีขึ้นได้โดยไม่เสีย สุขภาพ ด้วย

 

  1. ออกกำลังกาย

เมื่อเลือกทานอาหารที่ดีแล้วสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ การออกกำลังกาย ปัจจุบันการออกกำลังกาย มีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความชอบ ไลฟ์สไตล์ และสภาพร่างกายของแต่ละคน แต่ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายชนิดไหน ก็มีส่วนช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง และมี สุขภาพ ดีมากขึ้นทั้งนั้น

การออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างอย่างหนัก แต่การออกกำลังกายที่ดีควรทำเป็นประจำ สม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที และควรออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยเลือกรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับ สภาพร่างกายช่วงวัย และความถนัด ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค บอดี้เวท หรือโยคะ เพราะการได้ออกกำลังกายในรูปแบบที่เราชอบ จะช่วยทำให้เราออกกำลังกายได้นานขึ้น  และออกกำลังกายได้อย่างไม่มีเบื่อ แถมได้ลดน้ำหนักไปในตัวอีกด้วย

 

  1. ดื่มน้ำให้เยอะ เพื่อสุขภาพและผิวพรรณ

     การดื่มน้ำเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานการมี สุขภาพ ดีที่สำคัญขาดไม่ได้เลยในชีวิตประจำวัน แต่กลับเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม การดื่มน้ำเปล่านอกจากจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแล้ว ยังช่วยปรับสมดุลของร่างกาย บรรเทาความเมื่อยล้า ช่วยในเรื่องระบบเผาผลาญ และการขับถ่าย แถมยังช่วยให้ สุขภาพ ผิวของเราดีขึ้น

ปริมาณน้ำที่เหมาะสมกับร่างกายในแต่ละวัน โดยประมาณ คือ 2 ลิตร ดังนั้น เราจึงควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อการดูแล สุขภาพ ที่สมบูรณ์ สำหรับคนที่ดื่มน้ำน้อย ลองกรอกน้ำใส่ขวดไว้แล้วตั้งเป้าหมายว่าต้องดื่มน้ำเรื่อย ๆ ให้หมดขวดภายในหนึ่งวัน แบบนี้ก็สามารถทำให้เราดื่มน้ำได้มากขึ้นเช่นกัน

นอกจากนี้แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ สมองฝ่อ โรคตับ อีกทั้งยังมีผลต่อกล้ามเนื้อ และกระดูกในระยะยาวอีกด้วย

 

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ

ปัจจุบันเรา ใช้เวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ จนลืมไปว่าสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด และเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับต้น ๆ ในการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีนั้นก็คือ การนอนการนอนหลับให้เพียงพอ ซึ่งถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด เพราะในช่วงเวลาที่เรานอนหลับ อวัยวะต่าง ๆ จะได้หยุดพัก หรือทำงานน้อยลง เป็นช่วงเวลาที่ระบบภูมิต้านทานจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสะสมพลังงานสำรองไว้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หากเรานอนครบ 8-10 ชั่วโมงต่อคืน จะทำให้เราตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่น และสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ในวันถัดไปได้อย่างไม่รู้สึกเหนื่อยล้า เปรียบเสมือนการได้ชาร์ตแบตร่างกายให้เต็ม 100% ในทุก ๆ วัน

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเข้านอนก็คือ ช่วงเวลาระหว่าง 22.00-02.00 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน เพื่อทำให้ร่างกายได้ฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ และทำให้คุณภาพการนอนได้รวมดีขึ้นอีกด้วย

 

  1. วางแผนจัดการกับความเครียด ไม่ให้เสียสุขภาพจิต

ความเครียด ถือเป็นศัตรูตัวร้ายที่คอยบั่นทอน สุขภาพ เป็นสภาวะอารมณ์ของคนที่ต้องเจอกับปัญหาต่าง ๆ จนเกิดความไม่สบายใจ วิตกกังวล และรู้สึกกดดัน หลายครั้งที่เรามักเรียกโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่สิ่งเหล่านี้มักจะแสดงออกมาทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ หรือพฤติกรรม บางคนเครียดแล้วทำให้หงุดหงิดง่าย บางคนเครียดแล้วป่วยบ่อย บางคนก็นอนไม่หลับ เราจึงควรต้องหาวิธีจัดการ และบรรเทาความเครียดที่เกิดขึ้น เพื่อให้เรามีทั้ง สุขภาพ กาย และ สุขภาพ ใจที่ดีในเวลาเดียวกัน

การจัดการกับความเครียดนั้นทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการไปออกกำลังกาย การนั่งสมาธิฝึกจิตใจ ธรรมชาติบำบัด การอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ตลอดจนการจัดสรรเวลาในชีวิตไม่ให้โฟกัสกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือ จมอยู่กับความเครียดมากจนเกินไป จนอาจกระทบต่อตนเอง และคนรอบข้างได้

 

  1. ปรับวิธีคิดเพื่อเพิ่มพลังบวก

การจมอยู่กับความวิตกกังวล หรือปัญหาใดปัญหาหนึ่งมากจนเกินไป อาจทำให้กลายเป็นความเครียดสะสม ซึ่งเป็นสาเหตุของความทุกข์ในใจ ทำให้เกิดทัศนคติลบ จนส่งผลให้การตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ เป็นไปในทิศทางที่แย่ลง ลองเอาตัวเองออกจากความกังวลเหล่านั้น และปรับมุมมองปัญหาต่าง ๆ อาจจะทำให้เรามองเห็นสาเหตุของปัญหา และวิธีแก้ไขได้ง่ายขึ้น หากเรายอมรับข้อบกพร่อง และพยายามทำความเข้าใจกับมันอย่างมีสติ ก็จะช่วยให้เรามี สุขภาพ ใจที่แข็งแรง และมีความสุขกับสิ่งรอบตัวได้ง่ายขึ้น หรือถ้าเรามองเห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ลองมองข้ามข้าม หรือปล่อยผ่านไปบ้างก็ได้

เราสามารถเพิ่มพลังบวกให้ตัวเองง่ายๆ ด้วยการ

  • มองโลกอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง
  • ปรับความคิด ทัศนคติให้เป็นคนที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  • เลิกเปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ แต่เลือกมองหาเฉพาะเรื่องดี ๆ จากสิ่งเหล่านั้นแทน
  • เตือนตัวเองว่าทุกเรื่องมีสองด้านเสมอ มีดีก็ต้องมีร้ายคละเคล้ากันไป
  • มีความสุข ยิ้ม และหัวเราะกับเรื่องธรรมดารอบตัว
  • พาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความคิดเชิงบวก

ข้อดีของการมองโลกในเชิงบวก นอกจากจะช่วยฟื้นฟู สุขภาพ ใจเราดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้น ยิ้มง่ายขึ้น กังวล หรือกดดันน้อยลงแล้ว ยังส่งผลให้ สุขภาพ กายเราแข็งแรงขึ้นด้วย

 

  1. อย่าลืมไปตรวจ สุขภาพ เป็นประจำ

บางคนอาจมองว่าตัวเองอายุยังน้อยจึงไม่เห็นความจำเป็นในการตรวจ สุขภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การตรวจ สุขภาพ เป็นประจำก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตอย่างแข็งแรง และมีสุขภาพดีในทุก ๆ วัน เพราะการตรวจ สุขภาพ อย่างสม่ำเสมอจะทำให้เรารู้ ว่าเรามีปัจจัยเสี่ยงอะไร และควรจะต้องดูแล สุขภาพ ไปในทิศทางไหนบ้างเพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้

ยิ่งไปกว่านั้นการตรวจพบโรคในระยะแรกแรกจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อน และความรุนแรงของโรค ซึ่งจะทำให้สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที และมีโอกาสหายได้มากกว่าการตรวจพบโรคเมื่อมีอาการปรากฏมาสักระยะหนึ่งแล้ว

การตรวจ สุขภาพ ประจำปีสามารถทำได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้มีความเสี่ยง หรือเป็นผู้สูงวัยเท่านั้น

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ตรวจ สุขภาพ ประจำปี สำคัญอย่างไร ?

5 อาหารบำรุงดวงตา


NEWS

mw mw mw