MWWellness ทำไมถึงต้องปวดท้อง เวลามี ประจำเดือน

ศูนย์ดูแลสุขภาพ และล้างพิษครบวงจร ทำไมถึงต้องปวดท้อง เวลามี ประจำเดือน

MWWellness ประจำเดือน กับผู้หญิงเป็นของคู่กัน และเป็นสิ่งที่เปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามมาของการมี ประจำเดือน ก็คือ อาการปวดท้องประจำเดือน ดังนั้นเรามาดูสาเหตุของการ ปวดประจำเดือน และ วิธีบรรเทาอาการปวด ประจำเดือน ด้วยตัวเองกัน

ทำไมถึงต้องปวดท้อง เวลามี ประจำเดือน

ทำไมถึงต้องปวดท้อง เวลามี ประจำเดือน


ประจำเดือน กับผู้หญิงเป็นของคู่กัน และเป็นสิ่งที่เปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามมาของการมี ประจำเดือน ก็คือ อาการปวดท้องประจำเดือน ดังนั้นเรามาดูสาเหตุของการ ปวดประจำเดือน และ วิธีบรรเทาอาการปวด ประจำเดือน ด้วยตัวเองกัน

why-do-I-get-stomach-ache-during-menstruation

สำหรับบางคนอาจมีอาการปวด ถึงขั้นต้องหยุดงาน หรือหยุดเรียน หรือปวดถึงขั้นขนาดที่ไม่สามารถนอนหลับ ได้เลย และยิ่งถ้าหากใครที่ปวดหนัก ปวดบ่อยทุกเดือน ซึ่งก็อาจสร้างปัญหาให้กับการใช้ชีวิตได้ ไม่น้อยเลย เพราะเป็น ประจำเดือน ว่าลำบากแล้ว แต่หากยิ่งมี อาการปวดท้อง ยิ่งลำบากกว่า ดังนั้นเรามาดูสาเหตุของอาการเหล่านี้กัน

 

อาการปวดท้อง ประจำเดือน ที่พบได้บ่อย

ส่วนใหญ่แล้ว อาการปวดท้อง ประจำเดือน หรือว่า ปวดท้องเมน ( Period pain ) มักจะเกิดก่อนที่ ประจำเดือน จะมา ประมาณ 1 - 2 วัน หรือจะปวด ขณะที่มี ประจำเดือน โดยที่ อาการปวด ของแต่ละคน จะไม่เหมือนกัน ซึ่งบางคน จะมี อาการปวด แบบปวดบิด ๆ หรือปวดเป็นพัก ๆ บริเวณท้องน้อย หรือบางคน อาจมี อาการปวด ที่ร้าวไปถึงหลัง และบริเวณต้นขา ซึ่งนอกจากนี้ ยังอาจเกิดอาการอื่น ๆ ได้ อาทิเช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ หรือถ่ายเหลว เป็นต้น

 

สาเหตุของ อาการปวดท้อง ประจำเดือน

ปวดท้องประจำเดือน เกิดจากการบีบตัว ของ กล้ามเนื้อมดลูก เพื่อให้ ร่างกาย ขับเนื้อเยื่อภายในมดลูก ออกมาเป็น ประจำเดือน แต่บางครั้ง ก็อาจมี การบีบตัวของ กล้ามเนื้อที่รุนแรง มากกว่าปกติ จนอาจจะไปกดทับ หลอดเลือดบริเวณใกล้เคียง จนทำให้ออกซิเจน ไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงได้ จึงทำให้เกิด อาการปวดเกร็ง และในช่วงที่มี ประจำเดือน ร่างกาย ของเรา ก็จะมีการผลิตสาร ที่มีชื่อว่า โพรสตาแกลนดิน ( Prostaglandin ) ที่เป็นสาร ที่กระตุ้นให้ กล้ามเนื้อมดลูก เกิดการบีบตัว มากยิ่งขึ้นด้วย

นอกจากนี้อาการปวด ประจำเดือน ยังอาจเกิดขึ้น จากปัญหาที่เกี่ยวกับ อวัยวะสืบพันธุ์อื่น ๆ ได้อีกด้วย อย่างเช่น

- เยื่อบุโพรงมดลูก เจริญผิดที่ ซึ่งภาวะนี้ จะทำให้ ปวดท้อง มากโดยจะมี อาการติดต่อกัน นานกว่า 6 เดือน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบ ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก ได้ด้วย

- ถุงน้ำในรังไข่ ( Polycystic Ovary Syndrome ) เป็นความผิดปกติของ ระดับฮอร์โมน ที่ทำให้เกิดถุงน้ำ จำนวนมากในรังไข่ ซึ่งผู้ป่วยจะมี ประจำเดือน ที่ผิดปกติ อย่างเช่น ประจำเดือน มาไม่สม่ำเสมอ หรือ ประจำเดือน ที่มานานกว่าปกติ เป็นต้น

- เนื้องอกมดลูก ที่เป็นเนื้องอก ที่เกิดขึ้นใน กล้ามเนื้อของมดลูก โดยมักจะพบได้บ่อย ในผู้หญิงที่มีอายุ ตั้งแต่ 30 ปี ขึ้นไป ซึ่งเนื้องอกที่ว่านี้ จะมีขนาดที่เล็กมาก ไปจนถึงมีขนาดใหญ่ที่เท่าลูกแตงโม ซึ่งก็อาจจะส่งผลกระทบ ต่อการตั้งครรภ์ หรืออาจทำให้มีลูกยาก และอาการที่แสดงออกมา ในบางคนอาจ ปวดท้องเมนส์ อย่างรุนแรง หรือ ประจำเดือน มามาก และมาเป็นเวลานาน ที่ผิดปกติ

- ปากมดลูกตีบ ทำให้ขัดขวางการไหลของเลือด ประจำเดือน และเกิดแรงดัน ภายในมดลูกมาก จนก่อให้เกิด อาการปวด ประจำเดือน และ ประจำเดือน มาไม่ปกติ

 

ปวดประจำเดือน แบบไหน ที่ต้องเข้าพบแพทย์

อาการปวด ประจำเดือน สำหรับผู้หญิง อาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่บางครั้งการ ปวดประจำเดือน อาจเป็นสัญญาณของโรคร้าย ที่ต้องได้รับการรักษา โดยอาการ ที่ควรเข้าพบแพทย์ มีดังนี้

- รับประทานยาแล้ว แต่ยังไม่หายปวด

- อาการปวด ประจำเดือน เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือน

- ถ้าอายุ 25 ปี ขึ้นไป และมีอาการรู้สึก ปวด ประจำเดือน อย่างรุนแรง เป็นครั้งแรก

- ปวดประจำเดือน พร้อมกับมีไข้

- ประจำเดือน ที่มามากกว่าปกติ โดยต้องเปลี่ยนผ้าอนามัย ทุกชั่วโมง

 

วิธีบรรเทาอาการปวด ประจำเดือน แบบไม่ต้องกินยา

- ออกกำลังกาย ซึ่งผู้หญิงทุกคนสามารถ ออกกำลังกายได้ขณะมี ประจำเดือน อย่างเช่น การเดินเร็ว หรือ เล่นโยคะ ในท่าง่าย ๆ ซึ่งการออกกำลังกาย ก็จะช่วย ลดอาการปวด ประจำเดือน ได้ดี

- ประคบร้อน โดยความ ร้อนจะมีส่วนช่วยให้กล้ามเนื้อ รู้สึกผ่อนคลาย ทำให้ อาการปวด ประจำเดือน ลดลง รวมไปถึงการจิบ เครื่องดื่มอุ่น ๆ อย่างเช่น น้ำผึ้งผสมมะนาว หรือ น้ำขิง จะช่วยปรับ ให้ภายใน ร่างกาย อุ่นขึ้น อีกด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

โรคเบาหวาน รู้ทันป้องกันได้

สัญญาณ บ่งบอก ถึงความเสี่ยง โรคหัวใจขาดเลือด


NEWS

mw mw mw